ปฏิเสธไม่ได้ว่าปี 2025–2026 คือช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดสำหรับธุรกิจหลายประเภท ทั้งในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ร้านอาหาร และโรงแรม ตั้งแต่ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ดอกเบี้ยที่ยังคงสูง ไปจนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลให้หลายแบรนด์ตัดสินใจ “หยุดลงคอนเทนต์ชั่วคราว” เพื่อประหยัดต้นทุน

แต่ผลที่เกิดขึ้นจริงกลับตรงกันข้ามกับสิ่งที่คิด

ในฐานะ Digital Marketing agency ที่ดูแลแบรนด์มากกว่า 30 แบรนด์ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ร้านอาหาร และโรงแรม ตั้งแต่กลางปี 2025 ถึงไตรมาสแรกของปี 2026 เราได้เห็นภาพชัดเจนว่า แบรนด์ที่ “รอด” และเติบโตได้ในช่วงนี้ไม่ได้ใช้งบมากกว่าคู่แข่ง แต่ใช้ 5 กลยุทธ์ต่อไปนี้ ที่ช่วยให้แบรนด์แสดงผลได้ดีขึ้นใน Social media platforms

บทความนี้จะถอดบทเรียนจากข้อมูลจริงของ portfolio ของเรา เพื่อเป็นแนวทางให้แบรนด์ของคุณสามารถวางกลยุทธ์บน social media ได้อย่างมีประสิทธิภาพในปี 2026


1. Reach ลดลง แต่ Engagement กลับขึ้น — อ่านเกมให้ขาดก่อนลงทุน

ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 ข้อมูลจาก portfolio ของเราพบว่า การเข้าถึงบน Facebook ในกลุ่มร้านอาหารลดลงเฉลี่ย 34% เมื่อเทียบกับช่วงกรกฎาคม 2025 โดยมีตัวเลขการเข้าถึง average ต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ 268,189 คน

นี่ไม่ใช่ความบังเอิญ — มันคือการปรับทิศทางของระบบ Meta ที่เปลี่ยนมาโฟกัสที่การส่งคอนเทนต์ให้ตรงกับพฤติกรรมและความสนใจของผู้ใช้งานมากขึ้น แทนที่จะกระจาย reach แบบกว้างเหมือนเดิม

แต่ที่น่าสนใจกว่าคือฝั่ง Instagram

การมีส่วนร่วมบน Instagram ทั่วทั้ง portfolio ของเราเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ โดย average ของการมีส่วนร่วมบน Instagram อยู่ที่ 51.2 ต่อโพสต์ — สูงกว่า Facebook ถึง 50% (Facebook เฉลี่ย 34 ต่อโพสต์)

สิ่งที่แบรนด์ที่ได้ engagement สูงทำกัน

แบรนด์ที่ได้รับ engagement สูงในช่วงนี้ล้วนมีสิ่งหนึ่งเหมือนกัน นั่นคือ ความชัดเจนของตัวตนแบรนด์ คอนเทนต์ที่สื่อสารได้ตรงประเด็น มีโทนเสียงที่สม่ำเสมอ และมีอัตลักษณ์ที่แข็งแกร่ง จะได้รับการมีส่วนร่วมที่มีคุณภาพสูงกว่าแบรนด์ที่ลงคอนเทนต์แบบสุ่ม

Portfolio Insight:

กลุ่มโรงแรมมี average ER บน Instagram สูงที่สุดในทุกกลุ่มธุรกิจที่เราดูแล ถึง 6.32% — สูงกว่ากลุ่มร้านอาหารและอสังหาริมทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ เพราะแบรนด์โรงแรมใช้ UGC เป็นหัวใจหลัก ซึ่งมี average ER สูงถึง 13.88% — สูงสุดในทุกประเภทคอนเทนต์ทุกกลุ่มธุรกิจที่เราดูแล

Try this: ปรับมาวัด engagement quality แทน reach volume ใครที่กด like, save หรือ share คอนเทนต์ของคุณ คือ loyal audience ที่มีโอกาสกลายมาเป็น real customer มากกว่าคนที่แค่ scroll ผ่าน


2. Save คือ ตัวชี้วัดที่บอกอนาคตของแบรนด์คุณ

ถ้าคุณยังวัดความสำเร็จของคอนเทนต์ด้วยจำนวน Like อย่างเดียว คุณอาจกำลังมองข้ามสัญญาณที่สำคัญที่สุดบน Instagram ในปี 2026

Save คืออะไร และทำไมมันถึงสำคัญกว่า Like

เมื่อผู้ชมกด Save โพสต์ของคุณ แปลว่าเขาตั้งใจจะกลับมาดูโพสต์อีกครั้ง นั่นคือสัญญาณความสนใจที่แข็งแกร่งมาก — เขาสนใจสินค้าหรือบริการของคุณจริงๆ และมีแนวโน้มที่จะตัดสินใจซื้อในอนาคต ต่างจาก Like ที่เป็นเพียงปฏิกิริยาชั่วคราวที่ผ่านไปแล้วก็ลืม

นอกจากนี้ ระบบของ Instagram ยังให้น้ำหนักกับ Save มากเป็นพิเศษในการกระจายคอนเทนต์ให้ถึงผู้ชมใหม่ โพสต์ที่ได้รับ Save เยอะจะถูกแสดงผลมากขึ้นโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาใดๆเพิ่ม

Portfolio Insight:

  • กลุ่มอสังหาริมทรัพย์: หนึ่งในโพสต์ Photo Album ที่นำเสนอ lifestyle ของโครงการ ใน portfolio ของเราได้รับยอด Save สูงถึง 234 ครั้ง ต่อ 1 โพสต์ โดยไม่มีค่าโฆษณาสนับสนุนในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026
  • กลุ่มโรงแรม: หนึ่งในแบรนด์โรงแรมใน portfolio ของเรา ที่เน้นการเล่าเรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์ที่จะได้รับในการเข้าพัก เช่น การพาทัวร์ facility ของโรงแรม และ ประสบการ์ณสุด exclusive ที่หาไม่ได้จากที่ไหน ได้รับ 260 Save ใน 1 เดือน
  • กลุ่มร้านอาหาร: Reel ที่แสดงเกี่ยวกับงาน event อย่างชัดเจน เช่น ภาพบรรยกาศและคนภายในงาน, การเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ หรือ การแสดงพิเศษของอีเวนท์ มักจะได้รับ 39–108 Save ต่อโพสต์โดยเฉลี่ยในปี 2025 ที่ผ่านมา

ทำคอนเทนต์แบบไหนถึงได้ Save เยอะ

จากข้อมูลของเรา คอนเทนต์ที่ได้รับ Save สูงที่สุดมักมีลักษณะดังนี้

  1. UGC และการเล่าเรื่องแบบ Lifestyle
    ไม่ใช่การโฆษณาสินค้าโดยตรง แต่เล่าเรื่องผ่านประสบการณ์จริง และความคิดเห็นจริงของผู้ใช้งานของแบรนด์
  2. Reel ที่มีองค์ประกอบของมนุษย์ชัดเจน
    ความยาวประมาณ 30–45 วินาที มีคนจริงเป็นตัวดำเนินเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น UGC จากลูกค้า คอนเทนต์จากพนักงาน หรือเบื้องหลังการทำงาน
  3. Photo Album / Carousel ที่มีเนื้อหาลึกซึ้งเกี่ยวกับแบรนด์
    คอนเทนต์ประเภท before & after, step-by-step, หรือ brand story ที่ต้องการเวลาในการอ่านและซึมซับ — ทำให้ผู้ชมอยากบันทึกไว้ดูทีหลัง
  4. คอนเทนต์เกี่ยวกับบรรยากาศที่สวยงาม
    ภาพบรรยากาศของร้านหรือโครงการสามารถดึงอารมณ์ร่วมได้อย่างดี โดยเฉพาะในกลุ่มร้านอาหารและโรงแรม

คำแนะนำสำหรับแบรนด์ที่ไม่สามารถทำคอนเทนต์ UGC ได้: ลองทำวิดีโอสั้นความยาว 30–45 วินาทีที่ใช้คนเป็นตัวหลัก เช่น การนำเจ้าของแบรนด์หรือพนักงานมาช่วยดำเนินเรื่อง และสอดแทรกกระแสที่กำลังนิยมเข้าไป — วิธีนี้ยังคง “ขายของ” ได้ในแบบที่ไม่รู้สึกเหมือนโฆษณาแก่ผู้ชม


3. เลือก คอนเทนต์ Format ให้ถูก Objective

หนึ่งในบทเรียนที่ชัดเจนที่สุดจากข้อมูลปี 2025 คือ คอนเทนต์แต่ละรูปแบบทำงานแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ และแบรนด์ที่เติบโตคือแบรนด์ที่รู้ว่าจะใช้รูปแบบไหนเมื่อไหร่

Reels คือรูปแบบที่ทรงพลังที่สุดสำหรับการเข้าถึงผู้ชมใหม่ โดยเฉพาะบน Instagram ที่ Reels ขยายการเข้าถึงผ่านการแชร์ต่อในแบบที่รูปแบบอื่นทำไม่ได้

Reels เหมาะสำหรับ:

  • การดึงดูดผู้ชมกลุ่มใหม่
  • Event recap
  • UGC moments
  • การนำเทนด์มาเล่นสนุกกับตัวคอนเทนต์
  • การเล่าถึงเบื้องหลังการทำงาน หรือ brand story

หากเมื่อเป้าหมายคือการเข้าถึงและการค้นพบแบรนด์ Reels จะเป็นคำตอบสำคัญของคุณ

Portfolio Insight:

  • กลุ่มโรงแรม: Instagram Reels ช่วยให้แบรนด์ที่เพิ่งเปิดใหม่สร้าง ER ได้สูงถึง 7.63% ใน 8 เดือนแรก จากจุดเริ่มต้นที่ 1.11% ในเดือนแรก
  • กลุ่มร้านอาหาร: UGC Reel ช่วยให้แบรนด์ใหม่ที่เปิดมาเพียง 5 เดือน มี Instagram ER ถึง 4.50% — สูงกว่า industry average ที่ 2.70%
Photo Album หรือ Carousel เป็นรูปแบบที่ดีที่สุดสำหรับการสร้าง brand trust และสะสมยอด Save

Photo Album หรือ Carousel เหมาะสำหรับ:

  • การเล่าเรื่องราวและที่มาของแบรนด์
  • การเล่าเรื่องกระบวนการทำงาน หรือ before & after ของสินค้า
  • การอธิบายคุณค่าของสินค้าหรือบริการ
  • การแสดงรายละเอียดสินค้าหรือบริการ

Carousel / Photo Album ควรจัดทำขึ้นเมื่อเป้าหมายคือการเล่าเรื่องของแบรนด์และการสร้างความน่าเชื่อถือในตัวแบรนด์

Portfolio Insight:

  • กลุ่มอสังหาริมทรัพย์: Photo Album ที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับโครงการโดยสอดแทรกไลฟ์สไตส์ของผู้พักอาศัยได้รับ Save สูงถึง 234 ครั้ง ในไตรมาสแรกของ 2026 ที่ผ่านมา
  • กลุ่มธุรกิจอื่น (งานออกแบบตกแต่ง): Photo Album ที่นำเสนองานฝีมือที่เป็นเอกลักษร์ของแบรนด์ได้รับ engagement สูงถึง 1,822 ครั้งเมื่อมีการโปรโมตใน Meta channle
Single Photo เหมาะสำหรับการประกาศ คอนเทนต์งาน event และโพสต์แบบโต้ตอบสำหรับผู้ติดตามปัจจุบัน

Single Photo เหมาะสำหรับ:

  • การลงโปรโมทอีเวนท์หรือโปรโมชั่นพิเศษของสินค้าและบริการ
  • โพสต์ที่ต้องการ การโต้ตอบจากผู้ติดตามหรือชุมชน เช่น กิจกรรมร่วมสนุก, ประกาศสำคัญจากแบรนด์

หากต้องการที่จะรักษาฐานผู้ติดตาม และการสร้างปฏิสัมพันธ์กับชุมชน ควรจะใช้ single photo ในการนำเสนอ

สุดท้ายการเลือกรูปแบบที่ถูกต้องนั้นสำคัญ แต่การนำเสนอที่เหมาะสมก็สำคัญไม่น้อยเช่นกัน — การเลือกภาพ วิดีโอ และเสียงควรสอดคล้องกับคอนเทนต์นั้นๆ รวมไปถึงการนำกระแสมาใช้ควรคำนึงถึงตัวตนของแบรนด์ด้วย เพราะการตามกระแสโดยไม่ดูความเหมาะสมอาจส่งผลเสียต่อแบรนด์ได้


4. การ “หยุดลงคอนเทนต์” มีผลตามมาทีหลัง

แบรนด์ใน portfolio หลายๆเจ้าของเรา ตัดสินใจหยุดหรือลดความถี่ในการลงคอนเทนต์เพื่อประหยัดงบในการทำงาน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ ต้นทุนในการฟื้นตัวเพื่อไปอยู่ในจุดเดิมนั้น สูงกว่าต้นทุนที่เดิมถึง 2–3 เท่า

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณหยุดโพสต์ใน Social media platform

เมื่อบัญชีของคุณหยุดหรือลดความถี่ในการลงคอนเทนต์ ระบบของ Meta จะลดการมองเห็นลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกว่าจะกลับมาอยู่ในระดับเดิมได้ ต้องใช้เวลา 1–2 เดือนหลังจากกลับมาลงคอนเทนต์สม่ำเสมออีกครั้ง และนั่นก็ยังส่งผลต่อการเพิ่มจำนวนผู้ติดตามที่ต้องใช้เวลาเพิ่มเติมหลังจากนั้นอีก

ตัวเลขที่พิสูจน์ว่าความสม่ำเสมอให้ผลลัพธ์ที่ดี

แบรนด์ใน portfolio ของเรา ที่ลงคอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอตั้งแต่มกราคม 2025 ถึงเมษายน 2026 แสดงให้เห็นว่า:

  • กลุ่มแบรนด์ร้านอาหาร: สะสม engagement บน Instagram ได้ถึง 65,000 ครั้ง ตลอด 1 ปี โดยแคมเปญที่ใช้มีแค่งาน event ตามวันหยุดสำคัญ และไม่มีแคมเปญโฆษณาที่ใช้งบประมาณสูงเลย
  • กลุ่มแบรนด์งานออกแบบตกแต่ง: ได้รับ ผู้ติดตามเพิ่มขึ้น +11,530 คน บน Facebook ใน 6 เดือน — สูงสุดในทุกกลุ่มธุรกิจที่เราดูแล โดยมีการลงคอนเทนต์ และลงแคมเปญโฆษณาอย่างสม่ำเสมอ
  • กลุ่มแบรนด์โรงแรม Facebook ER เติบโตจาก 1.11% ในเดือนแรก ไปถึง 8.71% ใน 8 เดือน — โดยไม่มีโมเมนต์ไวรัลใดเป็นพิเศษ แต่เป็นผลจากการสะสมของความสม่ำเสมอ

สูตรง่ายๆ ที่ทุกแบรนด์ควรจำ

ลง 2 โพสต์ต่อสัปดาห์ตลอดทั้งปี ดีกว่าลง 5 โพสต์ต่อสัปดาห์ 3 เดือนแล้วหยุดไป 2 เดือน

Algorithm รัก consistency ผู้ชมก็เช่นเดียวกัน แบรนด์ที่หน้า feed สม่ำเสมอสร้าง ความคุ้นเคยที่แปลงมาเป็นการจดจำแบรนด์ในเวลาที่ผู้บริโภคพร้อมตัดสินใจซื้อ


5. UGC คือรูปแบบคอนเทนต์ที่ให้ผลดีที่สุด — ในทุกกลุ่มธุรกิจ

ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ ร้านอาหาร หรือโรงแรม — UGC หรือคอนเทนต์ที่สร้างโดยผู้ใช้งานจริง คือประเภทคอนเทนต์ที่ได้รับ engagement rate สูงสุดในทุกกลุ่มธุรกิจ

ทำไม UGC ถึงได้ผลในทุกบริบท?

  • ความน่าเชื่อถือที่ซื้อไม่ได้: เมื่อผู้บริโภคเห็นคนจริงใช้สินค้าหรือบริการของคุณ มันสร้าง trust ได้มากกว่า professional photography ที่ดูสวยงาม แต่ “ขายของ” อย่างชัดเจน
  • Social proof ที่ทรงพลัง: ในยุคที่ผู้บริโภคไม่ค่อยเชื่อถือโฆษณา การได้เห็น real experience จากผู้ใช้จริงคือตัวกระตุ้นการตัดสินใจที่ดีที่สุด
  • Algorithm friendly: UGC มักได้ save และ share สูง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ algorithm ชอบและจะช่วย ผลักดันคอนเทนต์ของคุณออกไป audience กลุ่มใหม่มากขึ้น

Portfolio Insight:

  • กลุ่มแบรนด์โรงแรม: UGC บน Instagram มี average ER ถึง 13.88% — สูงที่สุดในทุกประเภทคอนเทนต์ทุกกลุ่มธุรกิจที่เราดูแล โพสต์ UGC Reel เดียวได้รับการแชร์ 49 ครั้ง โดยไม่มีการลงโฆษณา
  • กลุ่มแบรนด์อสังหาริมทรัพย์: UGC มี Facebook average ER ที่ 71 ต่อโพสต์ — สูงกว่าคอนเทนต์แบบ Branded ซึ่งอยู่ที่ 46 ต่อโพสต์
  • กลุ่มแบรนด์ร้านอาหาร: แบรนด์ที่เน้นการโพสคอนเทนต์ UGC สามารถสะสม engagement บน Instagram ได้ถึง 14 เท่า ของค่าเฉลี่ยในกลุ่มธุรกิจ
ไม่ต้องรอให้ลูกค้าสร้างคอนเทนต์ให้เราเสมอไป ลองวิธีนี้ดู
  1. คอนเทนต์จากพนักงานของแบรนด์: นำพนักงานหรือเจ้าของแบรนด์มาเล่าเรื่องในมุมมองของตนเอง ให้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การแสดง
  2. เบื้องหลังการทำงาน: แสดงกระบวนการทำงานจริง ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมอาหาร การจัดการโครงการ หรือกิจกรรมก่อนเปิดร้าน
  3. แชร์ต่อและให้เครดิต: เมื่อลูกค้าแท็กแบรนด์ของคุณ แชร์ต่อพร้อมให้เครดิตที่เหมาะสม และเพิ่มเนื้อหาที่มีคุณค่าต่อผู้ติดตาม

Summary

สรุป 5 กลยุทธ์ที่แบรนด์ที่ “รอด” เพื่อใช้ในปีนี้
StrategyWhat you should doWhat you shouldn’t do
อ่าน Algorithm ให้ขาดวัด engagement quality ไม่ใช่ reach volumeหยุดโฟกัสกับตัวเลขที่ดูดีแต่ไม่มีความหมาย
ทำ content ที่กระตุ้นให้คนอยาก SaveLifestyle storytelling,
UGC,
Human element
คอนเทนต์ที่เน้นขายอย่างเดียว
เลือก Format ให้ถูก ObjectiveReels = reach
Carousel / Album = depth
Single Photo = retention
ใช้ format เดียวกับทุก objective |
อย่าหยุดลงคอนเทนต์Consistency ต่ำแต่สม่ำเสมอดีกว่า high quantity แล้วหยุดตัดงบ Social media content เป็นทางออกแรก
ลงทุนใน UGCStaff content,
Behind the scenes,
Re-share customer content
รอให้ UGC หรือ KOL สร้างคอนเทนต์ให้เท่านั้น

แล้วแบรนด์ของคุณอยู่ในช่วงไหน?

ถ้ายังไม่แน่ใจว่ากลยุทธ์ social media ที่ใช้อยู่ตอบโจทย์ธุรกิจหรือเปล่า — ทีม The Chosen One agency พร้อมช่วยวิเคราะห์

Share your love